Skip to main content

Alright หรือ All right ?

Alright เป็นคำมาจากภาษาพูดครับ มาจากการออกเสียง all right ที่มักพูดติดกัน
Alright จะใช้ในบทสนทนาเป็นหลัก อาจใช้กับการเขียนบ้างแต่ใช้สำหรับการเขียนแบบไม่เป็นทางการเท่านั้น

All right เป็นคำใช้กันทั่วไป ใช้การการเขียนทุกรุปแบบทั้งเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ

All right มักจะใช้ในความหมาย
1. ยอมรับ (เหมาะสม, เห็นด้วย)
เช่น The room looked all right in the magazine.
2. ยินยอม (อนุญาตให้ทำ, ตกลง)
เช่น Is it all right to come in?

Alright มักใช้กับการพูดใน 2 ความหมาย คือ
1. Ok. (ตกลง)
เช่น Alright, alright, I’ll fixt it !
2. เหมาะสม (พึงพอใจ)
เช่น Does my ass look alright in this jean?

Gay

เกาะกระแสนิดหนึ่งนะครับ
2 วันนี้ใน Social คงไม่มีกระแสไหนแรงไปกว่าข่าวศาลสูงสุดอเมริกามีมติเห็นชอบให้คนรักเพศเดียวกันสามารถแต่งงานกันได้ทั่วทั้ง 50 รัฐ
ถ้าไปอ่านข่าวตามเว็ปข่าวฝรั่ง เขาจะใช้คำว่า Gay ซึ่ง Gay ในที่นี้หมายถึงทั้ง ชายรักชาย และ หญิงรักหญิง นะครับ
ไม่ได้หมายความถึงแค่ชายรักชายอย่างเดียว อย่างที่คนไทยเข้าใจกัน

Gay: Used to describe men and women attracted to the same sex. (จาก wikipedia)

Lift & Elevator

ได้ดูซีรีย์จากทางเกาะอังกฤษอย่างเรื่อง Transporter
ตอนที่ Frank Martin พระเอกของเรื่องเรียก “ลิฟต์” ว่า “Lift” นั้น
ผมก็เข้าใจอย่างไม่ต้องอธิบายเลยครับว่า
ทำไมบ้านเราถึงเรียกไอ้ห้องสี่เหลี่ยมที่ใช้ยกคนขึ้นสู่ที่สูงนั้นว่า “ลิฟต์” ไม่เรียกว่า “เอ็ลลิเวเทอร์”
เรารับคำนี้มาจากอังกฤษครับก่อนครับ เราจึงเรียกมันว่า “ลิฟต์”
ในขณะที่คำว่า “Elevator” มาจากทางฝั่งอเมริกา
แต่ก็มีบางประเทศที่รับมาจากอเมริกาก่อนเช่น ญี่ปุ่น บ้านเขาก็จะเรียกว่า “เอ็ลลิเวเทอร์”

ดังนั้นถ้าหลุดเรียก “ลิฟต์” ว่า “Lift” เมื่อไหร่ไม่ต้องอายครับ บอกไปเลยว่า
“I speak British English.” 555+

ไข่ดาว

ใครรู้บ้างว่าไข่ดาวนั้นฝรั่งเขาเรียกว่าอะไร ?
ใครตอบว่า Star Egg ครับ ?
.
.
ผิดครับ คุณติด tinglish เต็ม ๆ

เมื่อหลายปีก่อนผมเคยไปงานสัมนาของบริษัท เขาจัดในโรงแรม แล้วพอถึงเวลาอาหารกลางวัน เขาก็จัดเลี้ยงในโรงแรมเป็นลักษณะซุ้มอาหารครับ
ซึ่งอาหารบางอย่างนี่เราตักเองได้เลย แต่อาหารบางอย่างต้องปรุงสดๆ ตอนนั้น เวลาจะเอาเราต้องสั่งเชฟให้ทำให้ (ใครพักโรงแรมบ่อยน่าจะนึกภาพออก)
งานนี้จัดที่มาเลย์ครับ ใครเคยไปน่าจะพอนึกภาพอาหารที่นั่นออก มันจะมีหลัก ๆ อยู่ 2 แนวคือ ไม่แนวจีนที่ผัดกับน้ำมันฉ่ำ ๆ ก็แนวแขกอินเดียที่ค่อนข้างหนักไปทางเครื่องเทศและรสชาติที่เผ็ดแปลก ๆ
มีอาหารให้เลือกทานเยอะมาก แต่ที่ผมสามารถทานได้นั้นแค่ไม่กี่อย่างเองครับ

จำได้ว่ามีซุ้มทอดไข่ดาวอยู่ …ซึ่งต้องสั่งกับเชฟ
ดีใจมากครับ ผมวิ่งเข้าไปเลย คำศัพท์ที่อยู่ในหัวตอนนั้นคือ
“Star egg”
คิดเป็นประโยคในหัวเสร็จสรรพ “a star egg please.”
ทันทีที่ไปถึง กำลังจะอ้าปากพูดออกไป
มีฝรั่งมาสั่งตัดหน้า “..อาย… เอ๊ก พลีส”
ผมก็คิดในใจ “อะไรเอ๊ก ๆ วะ?”
ตรงซุ้มก็ไม่มีป้ายเขียนบอกด้วย

ที่รู้แน่ ๆ คือ คำที่ได้ยิน ไม่ใช่คำว่า “Start egg” แน่อน
ด้วยความกลัวเสียหน้า ตามประสาไทยแลนโอนลี่

มื้อนั้นเลย …..อดกินไข่ดาวครับ
(แหมก็บริษัทออกใหญ่ …แต่กลับมีพนักงานสั่งไข่ดาวไม่เป็น เป็นใคร ๆ ก็อายสิครับ
ยอมอดเพื่อรักษาภาพพจนน์บริษัทครบ)

พอหมดพักเที่ยง กลับเข้างานสัมนา อยู่หน้าคอมพ์ปุ๊บ ผมรีบเปิดกูลเกิลค้นหาเลย
.
.
“Fried Egg” แปลว่า “ไข่ดาว” ครับ
ผมนี่จำขึ้นใจนะบัดนั้นเลยทีเดียว
(ออกเสียงประมาณว่า ฟรายเด๊ก …ติดเสียง “d” มาควบกับ “e” ของ egg นิดหนึ่ง)

Fried แปลว่า “ทอดในน้ำมัน” เป็น adjective (ขยายนาม)
เมื่อมารวมกับ egg “ไข่” ก็กลายเป็น “ไข่ทอด” (บ้านเขา)
แต่มันคือ “ไข่ดาว” บ้านเรา

เอ้าแล้ว “ไข่ทอด” บ้านเราละ บ้านเขาเรียกว่าอะไร
(เชื่อว่าหลายคนคงอยากถามคำถามนี้)

คำตอบคือ “omelette” หรือ “omelet” ครับ
เป็นศัพท์ที่มีรากศัพท์มาจากภาษาฝรั่งเศส
(สันนิษฐานว่าฝรั่งเศสคงจะรู้วิธีการเจียวไข่ก่อนอังกฤษก็เป็นได้)

แต่ ไข่ทอด หรือ ไข่เจียว บ้านเขาทำยากนะครับ ใส่เครื่องเยอะ ไม่ได้ทำง่าย ๆ เหมือนบ้านเรา (ลอง Search หารูปประกอบใน google ดู)

ต่อ…
นอกจากนี้คำ Fried ยังเป็น Verb ช่อง 2 และ ช่อง 3 ของ Fry ด้วยนะครับ (เจอในประโยคต้องดูดี ๆ ครับ)

Fry (verb) = ผัด, ทอด, เจียว, รวน (การประกอบอาหารที่ใช้น้ำมัน ได้หมด)

คำศัพท์ที่ใช้ Fried ที่เจอบ่อย ก็เช่น
ไป KFC เจออะไรครับ?
Fried Chicken.
That right. ถูกต้องครับ ไก่ทอด

ไปร้านอาหารเจอ?
Fried Rice.
ข้าวผัดครับ

ไปร้านอาหารแล้วไม่จ่ายเจอ?
อันนั้นไอ้ฟาย ไม่เกียวกันครับ ตึ่งโป๊ะ!

โอเคครับ
บทความนี้คงจะช่วยให้เพื่อน ๆ ได้สั่ง “ไข่ดาว” เวลาไปต่างประเทศเป็นกันทุกคนนะครับ

แล้วพบกันใหม่บทควาหน้าครับ

Farewell vs Goodbye

วันนี้เจอ Status หนึ่งใน Facebook มีเพื่อนคนหนึ่งบอกลาที่ทำงานเก่า เขาใช้ว่า Farewell …. (ความจริงต้องใช้ว่า Farewell to ….)

ผมก็ไปสะดุดกับคำว่า Farewell เพราะเพิ่งเจอในหนัง The Hobbit III
สงสัยครับก็เลยไปหาข้อมูลมา
ฝรั่งเขาบอกว่า Farewell เป็นคำเก่าไม่ค่อยนิยมใช้ (ถึงว่าไม่ค่อยเจอ)
ถ้าจะใช้ก็ใช้กล่าวอำลาคนที่เราจะไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว (คือ die) หรือคนที่เราจะไม่ได้เจอเขาเป็นเวลานานมาก (เช่นไปรบ) มักกล่าวในเชิงพิธีกรรม หรือเพื่อแสดงอารมณ์อาลัย
แค่นั้นครับ
ถ้าใครนำมาใช้พูดในชีวิตปกตินี่ ฝรั่งเขาจะมองว่าเชย หรือเป็นคนหลงยุคเลย

ดังนั้นถ้าจะร่ำลาหรือกล่าวอำลาใครซักคน แค่ Goodbye ก็เพียงพอแล้วครับ

ภาษาอังกฤษเอาให้ง่ายเข้าไว้ครับ อย่าพยายามโชว์เหนือด้วยด้วยศัพท์ที่เราไม่คุ้นหู เพราะนั่นหมายถึงเจ้าของภาษาตัวจริงเขาอาจไม่ใช้ก็ได้ …เหมือนภาษาไทยเรา เราก็มีหลายคำที่ไม่ใช้แล้วเหมือนกัน

Dragon-slayer

จากหนังเรื่อง The Hobbit ภาค 3 มีคำว่า
Dragon-slayer หรือผู้ฆ่ามังกร

แล้ว slayer กับ killer, murderer และ assassin มันต่างกันยังไง
ทั้ง 4 คำมีความหมายว่า “ผู้ฆ่า” เหมือนกัน
คำตอบคือตอนใช้ครับ
Slayer ไม่ใช่คำที่ใช้พูดในชีวิตประจำวัน มักจะพบในงานเขียนหรือวรรณกรรมมากกว่า ดังนั้น
Bard, The Dragon-slayer ถ้าแปลให้ไทยหน่อยก็จะเป็น บาร์ดผู้พิฆาตมังกร หรือบาร์ดผู้พิชิตมังกร ก็ได้

killer เป็นคำปกติใช้พูดทั่วไปครับ ใครฆ่าก็ถูกเรียกว่าเป็น killer ได้

murderer ตรงกับคำไทยคือ “ฆาตกร” (คำเป็นทางการ มักใช้ตอนเกิดคดีความ ในหนังแนวสืบสวนสอบสวนจะเจอคำนี้บ่อย)

ส่วน assassin จะเน้นไปในทาง “นักฆ่า” (เป็นอาชีพ) หรือ “ผู้ลอบสังหาร” คือบุคคลที่เตรียมการมาเพื่อฆ่าโดยเฉพาะ

VAT

ได้ยินผู้ประกาศข่าวช่องหนึ่งอ่านข่าวเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อตะกี้ เธอพูดว่า “แวท” ที่หมายถึง “VAT”

คำนี้ VAT ที่ย่อมาจาก Value-added tax
แม้จะเขียนติดกันหมดโดยไม่มีจุดคั่นก็จริง แต่ฝรั่งเขาจะไม่อ่านว่า “แวท” นะครับ เขาจะอ่านว่า “วี เอ ที” สังเกตว่าคำนี้จะใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด
ถ้า “vat” ที่อ่านว่า “แวท” ที่เป็นคำศัพท์จริง ๆ นั้น จะมีความหมายว่า ถังน้ำ หรือ หม้อใบใหญ่

ดังนั้นถ้าใครพูดว่า “แวท” ในความหมายที่หมายถึง VAT นั้นให้ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่ามันเป็น tinglish (คำอังกฤษที่คนไทยใช้เอง) ใช้พูดเฉพาะกับคนไทยด้วยกันเอง ฝรั่งไม่เข้าใจครับ

ย้ำอีกครั้งนะครับ ถ้าจะพูด VAT ให้ฝรั่งเข้าใจต้องออกเสียงว่า “วี เอ ที”

-less suffix

พอดีดูเรื่อง Divergent มาเจอคำศัพท์ง่าย ๆ อยู่คำหนึ่ง

Selfless มาจากคำว่า Self ที่แปลว่า “ตนเอง” กับ less “น้อย หรือ ไม่มี” รวมกันกลายเป็น ไม่มีตนเอง แปลให้เป็นไทยหน่อยก็จะเป็น “อุทิศตน” หรือ “เสียสละ”

สังเกตว่าคำศัพท์ที่ลงท้ายด้วย less จะมึงความหายไปในทางปฏิเสธเสมอ เช่น
Homeless = ไร้ที่อยู่อาศัย, Homeless person = คนไร้ที่อยู่ หรือคนจรจัด
Helpless = ไร้ที่พึ่งพา
Shiftless = shift (ย้าย) + less = ไม่ย้าย ก็กลายเป็น เกียจคร้าน ไม่เอาไหน

สำนวนเกี่ยวกับหมวก

สรุปสำนวนเกี่ยวกับ “หมวก” จาก EngVid.com

At the drop of the hat = ไม่ต้องลังเล ทำเลย (คือตรงจุดที่หมวกตก ถ้าเรามัวแต่พะวงเก็บหมวกก็อาจทำให้เราพลาดบางสิ่ง บางอย่าง)

Hold on to your hat = เตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับเหตุการณ์หรือสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า (จับหมวกไว้เดี๋ยวลมพัดมาแรงหมวกอาจปลิวได้)

Hat off = (ถอดหมวก) หมายถึงแสดงความเคารพหรือให้เกียรติ

Keep it under your hat = เก็บไว้เป็นความลับ (เหมือนซ่อนของไว้ใต้หมวก)

Wears many hats = (สวมหมวกหลายใบ) ทำหลายงาน หรือรับผิดชอบหลายบทบาท หลายหน้าที่ …อันนี้ตรงกับของไทยน่าจะคุ้นกันดี

ดูคลิปเต็ม ๆ ได้ที่นี่

สำนวนที่มีคำ Hand และ Finger

ตัวอย่างสำนวนที่มี Hand และ Finger

hanging on by their fingernails หมายถึง คนที่ดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอด หรือคนใกล้ตาย (นึกภาพคนที่ห้อยโตงเตงกำลังจะตกหน้าผา)

fingers crossed (เอานิ้วกลางมาไขว้นิ้วชี้) หมายถึง โชคดี (การไขว้น่าจะหมายถึงการขอให้เรื่องร้ายกลับกลายเป็นดี)

finger on the pulse : แปลตรง ๆ ว่า “จับชีพจร” ในทางสำนวนแล้วหมายถึง คนที่รู้ข้อมูลข่าวสารทุกอย่างรอบตัว (นึกภาพหนังจีนกำลังภายในที่แค่จับชีพจรก็รู้ว่าป่วยเป็นอะไร ฝรั่งเขาเปรียบเปรยคล้าย ๆ กันครับ)

give some body the finger : “the finger” ในที่นี้ก็คือ “นิ้วกลาง” นั่นเองนะครับ การให้นิ้วกลางของฝรั่งมีความหมายในทางหยาบ สือถึงการหยาม หรือดูถูก

on the other hand หมายถึง การเปลี่ยนวิธีคิด หรือเปลียนไปใช้ทางอื่น (คนเรามีสองมือ เมื่อมือข้างหนึ่งใช้ไม่ได้ก็เปลี่ยนไปใช้มือถึงข้างหนึ่ง)

wash one’s hand of somthing or somebody หมายถึงการตัดขาดความสัมพันธ์ ไม่ยุ่งเกี่ยว หรือ กำจัดบางสิ่งหรือบางคนออกไปจากชีวิต เพื่อทำให้ดูเป็นคนมือสะอาด หรือได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นนั่นเอง

ดูคลิปเต็ม ๆ จาก EngVid.com ได้ที่นี่ครับ