Skip to main content

Truth or Dare ?

…พยายามดูหนังเรื่อง Birdman อยู่หลายรอบว่าพอจะมีอะไรที่หยิบมาเล่าตามประสา “คนเรียนภาษาอังกกฤษจากหนัง” ได้บ้าง
Birdman หนังที่คว้ารางวัล Oscar สาขาภาพยนต์ยอดเยี่ยมปีล่าสุด
ถ้าวิจารณ์ตามประสาคนดูหนังเพื่อฝึกภาษานั้นผมว่าบทพูดมันยาวไปนะ แต่ละคนพูดแต่ละครั้งนี่ยาวมาก
มีคนวิจารณ์ว่า “เหมือนกับการอ่านหนังสือ” เออ ผมว่ามันใช่เลยนะ
ตอนดูหนังต้องจับคำพูดของตัวละครให้ได้ ไม่งั้นดูไม่รู้เรื่องครับ
เพราะแต่ฉากมันก็วนไปวนมาอยู่แค่ในโรงละคร

มีคนแนะนำว่าดูหนังเพื่อฝึกภาษาให้ดูเฉพาะแนวที่เราชอบเพราะเราจะมีความสุขเวลาดู
ผมนี่จะชอบดูแนวแอคชันซะเป็นส่วนใหญ่ ผมว่ามันเป็นแนวที่ต้องแสดงมาก แต่บทพูดค่อนข้างน้อย
ทำให้คำศัพท์บางคำหรือประโยคบางประโยค เราสามารถที่จะทำความเข้าใจจากการกระทำของตัวละครตอนนั้นได้เลย
เพราะบางอย่างต่อเราแปลยังไงก็ยังไม่เข้าใจเท่ากับการได้เห็นการกระทำที่เป็นตัวอย่าง

ในหนังเรื่อง Birdman มีฉากที่ Sam ชวน Mike เล่นเกม “Truth or Dare ?” บนชั้นดาดฟ้า
ดูศัพท์กันนิดหนึ่ง
Truth (n.) = ความจริง
Dare (v., n.) = กล้า, ท้าทาย, ความกล้าหาญ
ดูทีแรกผมก็งง ๆ นะว่ามันเป็นเกมยังไง เลยต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติม

เกมนี้เป็นเกมที่นิยมเล่นกันในหมู่เด็กและวัยรุ่นอเมริกันครับ
นิยมเล่นเวลาเด็กมากินนอนด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ เช่น ออกแคมป์ หรือวันคริสมาสต์ ใช้เล่นเพื่อกระชับความสัมพันธ์หรือเล่นเพื่อฆ่าเวลาเอาสนุก

เกมนี้ถ้าให้ตั้งชื่อเป็นไทยน่าจะเป็น “เล่าความจริงหรือรับคำท้า ?” ประมาณนั้น

โดยวิธีการเล่นเกมนั้น สมมติ A เล่นกับ B
A เริ่มเล่นคนแรกจะเป็นฝ่ายถาม B ก่อนด้วยคำถาม “Truth or Dare ?”
ถ้า B เลือก “Truth” A ก็จะถามคำถามหนึ่งคำถาม แต่มีข้อแม้ว่า B ต้องตอบตามความจริงเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นคำถามประเภทเอาฮา ความลับ หรือเกี่ยวกับเซ็กส์ เพื่อมุ่งวังให้ผู้ตอบได้เขินอาย เช่น
> Who was the first person that you kissed? And when was it?
> If you only had 24 hours to live, what would you do in these hours?
> Have you ever stolen anything?
(ถ้าเล่นในกลุ่มหลาย ๆ คนอาจโดนคำถามต่อเนื่องจากคำถามหลัก เช่น ทำไม? ยังไง? เมื่อไหร่? ผู้ตอบก็จำเป็นต้องอธิบายต่อ กลายเป็นเที่ครื้นเครงกัน)

แต่ถ้า B เลือก “Dare” A ก็จะท้าให้ B ทำอะไรที่แผลง ๆ บ้า ๆ บอ ๆ หรือออกแนวเสี่ยงหน่อย เช่น
Exchange shirts with the person next to you for the next round of questions.
Give someone in the group a piggyback ride around the room. (piggyback = ขี่หลัง)
Wear a fake mustache for the entire day. (mustache = หนวดปลอม …มักใช้ท้าเด็กผู้หญิง)

ถ้า B ตอบเสร็จแล้วทำตามคำท้าแล้วก็จะเป็นฝ่ายเริ่ม “Truth or Dare ?” ในรอบถัดไปก็วนอยู่อย่างนี้

…เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากหนังโดยไม่จำเป็นต้องไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ
เราคงไม่สามารถรับรู้ได้ว่าฝรั่งเขามีกิจกรรมหรือวัฒนธรรมแบบนี้อยู่ ถ้ามัวแต่เรียนตามหลักสูตรหรือว่าในห้องเรียนอย่างเดียว

มาดูหนังเพื่อฝึกภาษากันนะครับ แล้วมาแลกเปลี่ยนพูดคุยกันได้ที่นี่ ^^!

Farewell vs Goodbye

วันนี้เจอ Status หนึ่งใน Facebook มีเพื่อนคนหนึ่งบอกลาที่ทำงานเก่า เขาใช้ว่า Farewell …. (ความจริงต้องใช้ว่า Farewell to ….)

ผมก็ไปสะดุดกับคำว่า Farewell เพราะเพิ่งเจอในหนัง The Hobbit III
สงสัยครับก็เลยไปหาข้อมูลมา
ฝรั่งเขาบอกว่า Farewell เป็นคำเก่าไม่ค่อยนิยมใช้ (ถึงว่าไม่ค่อยเจอ)
ถ้าจะใช้ก็ใช้กล่าวอำลาคนที่เราจะไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว (คือ die) หรือคนที่เราจะไม่ได้เจอเขาเป็นเวลานานมาก (เช่นไปรบ) มักกล่าวในเชิงพิธีกรรม หรือเพื่อแสดงอารมณ์อาลัย
แค่นั้นครับ
ถ้าใครนำมาใช้พูดในชีวิตปกตินี่ ฝรั่งเขาจะมองว่าเชย หรือเป็นคนหลงยุคเลย

ดังนั้นถ้าจะร่ำลาหรือกล่าวอำลาใครซักคน แค่ Goodbye ก็เพียงพอแล้วครับ

ภาษาอังกฤษเอาให้ง่ายเข้าไว้ครับ อย่าพยายามโชว์เหนือด้วยด้วยศัพท์ที่เราไม่คุ้นหู เพราะนั่นหมายถึงเจ้าของภาษาตัวจริงเขาอาจไม่ใช้ก็ได้ …เหมือนภาษาไทยเรา เราก็มีหลายคำที่ไม่ใช้แล้วเหมือนกัน

Dragon-slayer

จากหนังเรื่อง The Hobbit ภาค 3 มีคำว่า
Dragon-slayer หรือผู้ฆ่ามังกร

แล้ว slayer กับ killer, murderer และ assassin มันต่างกันยังไง
ทั้ง 4 คำมีความหมายว่า “ผู้ฆ่า” เหมือนกัน
คำตอบคือตอนใช้ครับ
Slayer ไม่ใช่คำที่ใช้พูดในชีวิตประจำวัน มักจะพบในงานเขียนหรือวรรณกรรมมากกว่า ดังนั้น
Bard, The Dragon-slayer ถ้าแปลให้ไทยหน่อยก็จะเป็น บาร์ดผู้พิฆาตมังกร หรือบาร์ดผู้พิชิตมังกร ก็ได้

killer เป็นคำปกติใช้พูดทั่วไปครับ ใครฆ่าก็ถูกเรียกว่าเป็น killer ได้

murderer ตรงกับคำไทยคือ “ฆาตกร” (คำเป็นทางการ มักใช้ตอนเกิดคดีความ ในหนังแนวสืบสวนสอบสวนจะเจอคำนี้บ่อย)

ส่วน assassin จะเน้นไปในทาง “นักฆ่า” (เป็นอาชีพ) หรือ “ผู้ลอบสังหาร” คือบุคคลที่เตรียมการมาเพื่อฆ่าโดยเฉพาะ

-less suffix

พอดีดูเรื่อง Divergent มาเจอคำศัพท์ง่าย ๆ อยู่คำหนึ่ง

Selfless มาจากคำว่า Self ที่แปลว่า “ตนเอง” กับ less “น้อย หรือ ไม่มี” รวมกันกลายเป็น ไม่มีตนเอง แปลให้เป็นไทยหน่อยก็จะเป็น “อุทิศตน” หรือ “เสียสละ”

สังเกตว่าคำศัพท์ที่ลงท้ายด้วย less จะมึงความหายไปในทางปฏิเสธเสมอ เช่น
Homeless = ไร้ที่อยู่อาศัย, Homeless person = คนไร้ที่อยู่ หรือคนจรจัด
Helpless = ไร้ที่พึ่งพา
Shiftless = shift (ย้าย) + less = ไม่ย้าย ก็กลายเป็น เกียจคร้าน ไม่เอาไหน

Roll ในเพลง Ride Out (Fast & Furious 7)

ในเพลงประกอบภาพยนต์ Fast 7 เพลง Ride Out ที่ร้องโดย Kid Ink

มีอยู่ท่อนหนึ่งที่ร้องว่า

It’s the only way we know to go
Squad up, never roll alone
And we gone ride on forever
We ride out together
Pull up right in your zone
Takeover the street, that’s how we roll
And we gone ride on forever
We ride out together

ประโยค “never roll alone” ถามว่า roll ในที่นี้มีความหมายว่าอะไรครับ? ^^!
“ม้วน”, “กลิ้ง” ก็อาจจะถูกนะ แต่มันแปลแล้วเข้ากับเพลงหรือเปล่าเอ่ย
บางคนหนักแปลว่า “ม้วนตัว” อันนี้มาจาก google translater แน่ ๆ เลย

จริง ๆ แล้ว roll ในที่นี้คือ การที่รถพลิกคว่ำ นะครับ
เนื้อเพลงต้องการสื่อว่า ร่วมทีมกันแล้วคุณจะไม่รถคว่ำคนเดียว (ประสบอุบัติเหตุจากการขับรถเร็ว)
ดูคลิปนี้แล้วจะเข้าใจครับ

วาทะจากเรื่อง Shooter

มีอยู่บทพูดหนึ่งในหนังเรื่อง Shooter ที่ รมว.กลาโหมในเรื่องพูดกับ Swagger ตอนที่จำใจต้องปล่อยพันเอก Isaac (ตัวร้ายของเรื่อง) ไป เนื่องจากความผิดที่เขาก่ออยู่ในแอฟริกา ซึ่งอยู่นอกเขตอำนาจการบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐ

For the record, I don’t like the way this turned out any more than you do.
But this the world we live in.
And justice does not always prevail.
It’s not the Wild West, where you can clean up the streets with a gun.
Even though sometimes that’s exactly what’s needed.

สำหรับคดีนี้ ผมก็ไม่ชอบทางที่ทางที่ผลเป็นแบบนี้ไม่ต่างไปจากคุณหรอก
แต่นี่คือโลกที่เราอยู่อาศัย
และความยุติธรรมไม่ได้อยู่เหนือกว่าเสมอไป
มันไม่ใช่คาวบอยที่คุณสามารถสะสางเรื่องต่าง ๆ ได้ด้วยปืน
แม้ว่าบางครั้งมันจะเป็นสิ่งที่จำเป็นก็ตาม Read More

ประโยคเด็ดจาก The Hunger Games: Mockingjay – Part 1 #2

“We’re hardwired to remember fear best.”

ประโยคนี้แปลตาม subtitle ภาษาไทยว่า “เราจำความกลัวได้ดีที่สุด”
น่าจะแปลเพื่อให้เวลาพากษ์แล้วมันกระชับ โดยที่ความหมายโดยรวมไม่เปลี่ยน
Read More